Monday, May 23, 2016

อนาคตของอุตสาหกรรมดิจิทัล รุ่งหรือร่วง



             เทคโนโลยีดิจิทัลในยุคนี้เป็นเรื่องของการเชื่อมโยงกัน (Connectivity) ที่จริงการเชื่อมโยงด้วยอินเทอร์เน็ตในรอบกว่ายี่สิบปีที่ผ่านมาได้พัฒนามาแล้วสามยุค  ยุคแรกของอินเทอร์เน็ตเป็นการเชื่อมโยงคนกับข้อมูล เราสร้างเว็บไซท์ที่รวบรวมข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ให้ผู้ใช้ได้ค้นหาและนำไปใช้ประโยชน์ ประกอบด้วยข้อมูลในรูปของสื่อผสม การเชื่อมโยงคนกับข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตช่วยให้คนเราพัฒนาด้านการสื่อสารและการเรียนรู้แบบก้าวกระโดดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ยุคที่สองของอินเทอร์เน็ตเป็นการเสริมอินเทอร์เน็ตด้วย Social technology เกิดการเชื่อมโยงกันระหว่างคนกับคน เป็นผลให้เกิดชุมชนใหญ่เล็กในโลกไซเบอร์ ทำให้การปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนทำได้กว้างขวางมากขึ้น การเชื่อมโยงกลุ่มคนผ่านอินเทอร์เน็ตด้วยสื่อสองทางเป็นผลให้รูปแบบการทำธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ผู้บริโภคซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้บริโภคที่คอยตั้งรับ (Passive consumer) กลับกลายเป็นผู้บริโภคที่เล่นบทรุก (Active consumer) อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ธุรกิจต่างต้องปรับกลยุทธ์ด้านการตลาดใหม่หมด จากการเน้นขายสินค้ามาเป็นเน้นประโยชน์ที่เกิดจากการใช้สินค้าแทน

บัดนี้ เรากำลังก้าวเข้าสู่อินเทอร์เน็ตยุคที่สาม ในยุคนี้เป็นการเชื่อมโยงกันระหว่างสรรพสิ่งบนโลกใบนี้  รู้จักในชื่อว่า Internet of Things (IoT) และ Internet of Everything (IoE)  สรรพสิ่งในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีกายภาพหรือไม่มีกายภายต่างสามารถเชื่อมโยงกันได้ เกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาและสร้างประโยชน์สารพัดชนิดได้อย่างมีประสิทธิผลและในวงกว้าง นำไปสู่กระบวนการทำงานอัตโนมัติยุคใหม่ที่นิยมเรียกว่า Pervasive Digital Automation เป็นระบบอัตโนมัติที่เชื่อมโยงคนทำงาน ระบบงาน และอุปกรณ์เครื่องจักรต่าง ๆ ในโรงงาน รวมทั้งเชื่อมโยงกับวัสดุที่ใช้ในกระบวนการผลิตและสินค้าที่ผลิตสำเร็จออกสู่ตลาด ทั้งหมดนี้ต่างเชื่อมโยงกันให้เป็น IoT/IoE เกิดเป็นกระบวนทำงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ผลคือทำให้โลกเราก้าวเข้าสู่พัฒนาการการทำธุรกิจในยุคที่เรียกว่า Global Value Chain ซึ่งหมายถึงระบบธุรกิจที่ทำกิจกรรมแบบบูรณาการทั้งภายใน “Top Floor” คือระบบทำงานในสำนักงาน และภายใน “Shop Floor” คือระบบงานในโรงงาน ทั้งระบบ Top Floor และ Shop Floor ต่างเชื่อมโยงกันให้เป็น IoT/IoE และให้ทำงานภายในสภาพแวดล้อมที่เชื่อมโยงกันแบบ End-to-End ไม่เพียงแต่ภายในองค์กร แต่ข้ามหน่วยงานและข้ามประเทศ จนกลายเป็นระบบ Global Value Chain ที่ทำงานแบบ End-to-End online แบบครบวงจร ระบบซอฟต์แวร์ที่รองรับการทำงานลักษณะที่กล่าวต้องถูกออกแบบใหม่ให้ทำงานเป็น Platform และบริการด้วย Software services ในลักษณะเป็น Autonomous หรือ Intelligent agents พัฒนาการของการทำงานแบบบูรณาการทั้ง Top Floor และ Shop Floor ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลนี้นิยมเรียกว่า Industry 4.0 หรืออุตสาหกรรมยุคที่ 4.0 โดยทั้งหมดนี้เป็น Business Logic ใหม่ที่เกิดจากการปฏิรูปการทำธุรกรรมโดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลในยุคปัจจุบันและอนาคตอันใกล้นี้

พัฒนาการด้านเทคโนโลยีและแนวทางการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลตามที่กล่าวข้างต้นทำให้อุตสาหกรรมดิจิทัลเปลี่ยนไปอย่างมาก เปลี่ยนทั้งเทคโนโลยี ทั้งผลิตภัณฑ์ทั้งด้านสินค้าและบริการ เป็นเหตุให้เกิดคำถามว่าอุตสาหกรรมดิจิทัลโดยเฉพาะของไทยในอนาคตจะรุ่งหรือจะร่วงอย่างไร

ท่านจะเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับพัฒนาการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในธุรกิจตามแนวทางดังกล่าวต้นอย่างละเอียดได้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในงานสัมมนาและนิทัศการนา ๆ ชาติ ดิจิทัลไทยแลนด์ 2016” จัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หว่างวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2016 โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร



No comments:

Post a Comment